ท้องเสียเฉียบพลัน

ท้องเสียเฉียบพลัน  หมายถึง  การถ่านอุจจาระบ่อยเกินกว่า วันละ 3 ครั้ง  หรือถ่ายเป็นมูกปนเลือด  มากกว่า 1 ครั้ง  และท้องเสียเฉียบพลันมักจะหายภายใน  1 ถึง 2 สัปดาห์

สาเหตุ     แบ่งออกตามลักษณะทางคลินิกได้ 2 ชนิด คือ

1.        ท้องเสียเฉียบพลันติดเชื้อ  (Infective diarrhea) ซึ่งแบ่งย่อยออกได้เป็น

1.1   อาหารเป็นพิษ  (food poisoning)  เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีพิษของเชื้อบักเตรีปนเปื้อนอยู่  ระยะเวลาที่รับพิษ หรือเชื้อโรคเข้าไปจนถึงแสดงอาการท้องเสีย ประมาณ 1-4 ชั่วโมง   จะมีอาการ  อาเจียน  ปวดท้อง ท้องเสีย  ส่วนมากมักจะหายเองภายใน  48 ชั่วโมง  การรักษาส่วนใหญ่รักษาตามอาการ
1.2   ท้องเสียติดเชื้อ  เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีเชื้อโรคปนเปื้อน  เชื้อโรคที่เป็นสาเหตุ มีทั้งเชื้อบักเตรี  (bacteria) ไวรัส  (virus)  และปาราสิต  (parasite)
·      เชื้อบัคเตรีที่เป็นสาเหตุท้องเสียเฉียบพลัน  ได้แก่  อหิวาห์แท้  (Vibrio cholera) อหิวาห์เทียม (Vibrio parahemolyticus)  บิดไม่มีตัว  (shigella) เป็นต้น
·        เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของท้องเสียเฉียบพลัน  ได้แก่  Rota virus,  Norwalk virus, E.Cho virus  เป็นต้น
·      เชื้อปาราสิตที่เป็นสาเหตุของท้องเสียเฉียบพลัน  ได้แก่  บิดมีตัว  (Entameba histolytica), Giardia lamblia ต้องการรักษาที่เฉพาะจึงจะหาย  มิฉะนั้นอาจกลายเป็นท้องเสียเรื้อรังได้

2.        ท้องเสียเฉียบพลันไม่ติดเชื้อ  (non – infective diarrhea) ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเชื้อโรค  สาเหตุเกิดจาก ยาและสารพิษ
·      ยาที่เป็นสาเหตุของท้องเสีย ที่พบบ่อย คือ ยารักษาโรคเก๊าท์ (eolchicin)  ยารักษาหัวใจเต้นผิดปกติ (digitalis) ยาระบาย  ยาปฏิชีวนะ (erythromycin, tetracycline) ยาเคลือบกระเพาะ (magnesium sulfate) เป็นต้น
·        สารพิษจากเห็ดบางชนิด  ไข่แมงดาทะเล  ดีเกลือ

การวินิจฉัยโรคท้องเสียเฉียบพลัน
การวินิจฉัยโรค  จากการซักประวัติ  ตรวจร่างกาย และการตรวจอุจจาระ  ด้วยกล้องจุลทัศน์ เพื่อดูไข่     ตัวปาราสิต  ดูเม็ดเลือดแดง  เม็ดเลือดขาว ซึ่งบ่งบอกการอักเสบติดเชื้อ

การประเมินความรุนแรงจากการเสียน้ำ  มี 3 ระดับคือ

1.        ขาดน้ำน้อย (mild dehydration) มักไม่มีอาการมากนอกจากกระหายน้ำ  อ่อนเพลียเล็กน้อย  เสียน้ำเพียง  3 -5 เปอร์เซ็นต์น้ำหนักตัว
2.     ขาดน้ำปานกลาง (moderate dehydration) จะรู้สึกอ่อนเพลียมากขึ้น  กระหายน้ำ  ลิ้นแห้ง  ตาลึก   ชีพจรเร็ว ความดันโลหิตต่ำ ขาดน้ำประมาณ 5-7 เปอร์เซ็นต์น้ำหนักตัว
3.        ขาดน้ำรุนแรง  (Severe dehydration) จะอ่อนเพลียมาก ตาลึก  ชีพจรเบาเร็ว  ช๊อค  ระยะนี้ขาดน้ำ 8 – 10 เปอร์เซ็นต์น้ำหนักตัว

การรักษา

โดยปกติท้องเสียเฉียบพลันมักจะหายได้เองภายใน 7 วัน  ควรให้การรักษาตามอาการ  เช่น ให้ยาแก้อาเจียน  แก้ปวดท้อง  น้ำเกลือแร่ทดแทนการสูญเสียน้ำและเกลือแร่  และการให้ยาปฏิชีวนะ  เพื่อฆ่าเชื้อที่เป็นสาเหตุ  เช่น  Metronidazal สำหรับเชื้อบิดมีตัว  Tetracycline สำหรับอหิวาห์  เป็นต้น

คำแนะนำในการดูแลตัวเอง

1.        ทานสารน้ำละลายเกลือแร่โอ อาร์ เอส  เพื่อป้องกันการขาดน้ำ
2.        ทานอาหารอ่อนย่อยง่าย  เช่น  ข้าวต้ม  โจ๊ก  แกงจืด  ไม่ควรงดอาหาร  เพื่อป้องกันการขาดสารอาหาร
3.        งดอาหารรสจัด  งดดื่มนม  จนกว่าจะหายท้องเสีย

เมื่อใดควรไปพบแพทย์

1.        อาการท้องเสีย  ไม่ดีขึ้นใน 24 ชั่วโมง
2.        เป็นในผู้ป่วยโรคที่มีภูมิต้านทานต่ำ
3.        เด็กหรือผู้สูงอายุ  ที่มีอาการขาดน้ำมาก  ซึมลง
4.        อาเจียนรุนแรง  จนไม่สามารถรับประทานอาหาร  หรือน้ำได้
5.        ถ่ายเป็นมูกเลือด
6.        มีไข้สูง

การป้องกัน

1.        เลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุก  เสร็จใหม่ๆ
2.        หากจะเก็บอาหารที่เหลือจากรับประทาน  หรืออาหารสำเร็จรูปที่ซื้อไว้  ควรเก็บในตู้เย็น  และอุ่นให้ร้อนทุกครั้งก่อนรับประทาน
3.        ผัก  ผลไม้  ควรล้างหรือ แช่ให้สะอาดก่อนรับประทาน
4.        ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อน  เตรียมอาหารและรับประทานอาหาร  รวมทั้งหลังจากเข้าห้องน้ำ
5.        ดื่มน้ำสะอาด  ต้มสุก
6.        กำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลอย่างถูกต้อง  เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธ์ของแมลงวัน

ส่วนใหญ่แล้ว  อาการท้องเสียมักจะหายได้เอง  หากรักษาภาวะขาดน้ำ  และรับประทานอาหารที่เหมาะสม  เพราะการถ่ายอุจจาระเป็นกลไกของร่างกายที่จะขับไล่ของเสีย  สารพิษและเชื้อโรคออกจากร่างกาย                      การรับประทานยาหยุดถ่าย  หรือยาแก้ท้องเสียทำให้ลำไส้ต้องเก็บกักเชื้อโรคไว้นานขึ้น  และทำให้ท้องอืดแน่นท้องมากขึ้น  ส่วนการรับประทานยาปฏิชีวนะ หรือยาฆ่าเชื้อ  โดยไม่จำเป็นอาจเกิดการแพ้ยา  หรือดื้อยาได้   ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ยาใด ๆ

ที่มา โรงพยาบาลธนบุรีครับ:idea: