น้ำ…ดื่มให้ลืม ‘โรค’

ครั้งละน้อย แต่บ่อยๆ ได้ประโยชน์   เพราะน้ำสำคัญ แพทย์สาธารณสุขคอยแนะนำอยู่เสมอให้ดื่มน้ำสะอาด แต่ดูเหมือนคำจำกัดความว่า “น้ำสะอาด” จะถูกตีความกันไปหลายเวอร์ชัน

นายแพทย์พีรยศ ตรงสวัสดิ์ อธิบายว่าน้ำที่มนุษย์บริโภคกันบนโลกนี้แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ น้ำเหนือพื้นดิน รวมทั้งน้ำที่ลอยอยู่ในอากาศ และน้ำในผิวดิน รวมถึงน้ำในดิน

ก่อน ที่จะบริโภค เราจำเป็นต้องพิจารณาความปลอดภัยเป็นอันดับแรก สำหรับน้ำเหนือดิน คงต้องเน้นกันที่สารพิษที่ลอยล่องบนท้องฟ้า ซึ่งขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อม ณ สถานที่นั่น ส่วนน้ำผิวดิน ต้องพิจารณาสารพิษและแร่ธาตุต่างๆ ในดินเป็นหลัก องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ตั้งมาตรฐาน ปริมาณแร่ธาตุ สภาวะเป็นกรด ด่างที่เหมาะสมกับการบริโภคไว้แล้ว

ย้อน กลับไปสมัยยังไม่ปฏิวัติอุตสาหกรรม นำเอาถ่านหินและเชื้อเพลิงรูปแบบอื่นมาเดินเครื่องจักร น้ำฝนเป็นแหล่งน้ำดื่มที่สะอาด ผ่านการกรองด้วยระบบธรรมชาติจากน้ำบนพื้นดิน ก่อนจับตัวเป็นก้อนเมฆ และกลั่นตัวมาเป็นฝน แต่ตอนนี้ใครตักน้ำฝนใส่ขันมาให้ดื่มคงขอปฏิเสธ

ผิวดินอย่าง “น้ำในลำธาร” และ “น้ำบาดาล” บาง แห่งมีแร่ธาตุละลายในดินเกินค่ามาตรฐาน รวมทั้งสารเคมีเป็นพิษ ทำให้เกิดรส กลิ่นและสีไม่พึงประสงค์ เพราะมันได้อานิสงส์มาจากมลพิษ ทำให้เกิดผลเสียในระบบนิเวศจนเกินเยียวยา

ส่วน “น้ำประปา” ที่โฆษณาว่าดื่มได้นั้น แม้จะมีมาตรฐานความน่าเชื่อถือในระบบการผลิต แต่ลองถามผู้บริโภคเอาเถอะ ไม่มีใครกล้าดื่มน้ำก๊อกกันหรอก ถึงท่อการประปาจะสะอาด แต่ท่อของหมู่บ้านไว้ใจได้ที่ไหน

น้ำ ฝนก็ไม่กล้าดื่ม น้ำบาดาลก็ไม่วางใจ เลยทำให้ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องกรองน้ำทำตลาดกันคึกคัก แทรกซึมทุกครัวเรือน พาเหรดกันมาในหลายรูปเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นพื้นๆ อย่างผงคาร์บอน น้ำอาร์โอ โอโซน ยูวี แม่เหล็กไฟฟ้า กรองให้สะอาดปลอดเชื้อปลอดกลิ่นก่อนดื่มกินสบายอุรา

ยังไม่หมด ยังมี “น้ำแร่ธรรมชาติ” ราคา แพง แต่ก็มีกลุ่มลูกค้าเงินหนาซื้อดื่ม น้ำแร่ธรรมชาติก็ยังสามารถแยกย่อยลงไปอีก เป็นชนิดมีฟองและไม่มีฟอง ตลอดจนความเข้มข้นของแร่ธาตุในระดับต่ำถึงสูง

แต่ ถ้าบริโภคแร่ธาตุมากเกินไป จะเกิดการสลับสับเปลี่ยนแร่ธาตุ อาจทำให้ขาดแร่ธาตุ และเป็นโทษต่อร่างกาย กระนั้น ผู้ผลิตน้ำแร่ธรรมชาติกล่าวแย้งว่า ร่างกายจะดูดซึมแร่ธาตุที่ขาดและมีกระบวนการขับแร่ธาตุส่วนเกินออกจากร่าง กายได้เอง

จากนั้นเทคโนโลยีทางฟิสิกส์ก็สร้างปรากฏการณ์ผลิต “น้ำนาโน” ด้วย การเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของโมเลกุลน้ำให้เล็กลง และมีความละเอียดมากขึ้นในการดูดซึมเข้าสู่เซลล์เร็วกว่าปกติถึง 3 เท่า และมีความสามารถจับอนุมูลอิสระได้ดี

ไม่ ว่า สารพัดน้ำดีวิเศษแค่ไหน แต่มันย่อมมีสองด้านเสมอ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและความจำเป็นที่แท้จริงของร่างกายแต่ละคน หากคุณอยู่ต่างจังหวัดที่ยังมีอากาศสดชื่นสมบูรณ์ และปราศจากมลภาวะอย่างแท้จริง น้ำฝน น้ำในลำธาร หรือน้ำบาดาลต้มให้สะอาดเสียหน่อย ดื่มได้ไม่ต้องซื้อน้ำขวด ตรงข้ามกับคนที่อยู่ในเมืองกรุง หัวเมืองใหญ่ๆ หรือเขตอุตสาหกรรมโดยสิ้นเชิง พวกเขาจะต้องพึ่งพาความสะอาดของน้ำประปา และน้ำกรอง ซึ่งสามารถใช้ง่าย หาซื้อได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

นอก จากจะเลือกประเภทน้ำให้เหมาะสมแล้ว ยังต้องเลือกวิธีการบริโภคให้ถูกต้องด้วยเช่นกัน เมื่อบริโภคน้ำอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอ ร่างกายจะสะท้อนความเปล่งปลั่งและสดใสให้เห็นทางผิวพรรณ ใบหน้าและดวงตา แต่หากร่างกายขาดน้ำเกิน 2 ชั่วโมง มันจะส่งสัญญาณขมคอ และปากแห้งให้เรารู้สึกตัวทันที

ถ้า ดื่มน้ำมากเกินไป นอกจากจะปัสสาวะบ่อยจนน่ารำคาญแล้ว ไตก็จะทำงานผิดปกติ เกิดภาวะไตเสื่อม ทำให้เกิดน้ำคั่งและภาวะบวมน้ำได้ ทางออกเหมาะสมที่สุด คือ ในหนึ่งวันควรบริโภคน้ำในอัตรา 4 – 5% ของน้ำหนักตัว เช่นน้ำหนักตัว 50 กิโลกรัม ควรดื่มน้ำไม่เกิน 2.5 ลิตรต่อวัน

อีก ทั้ง ควรดื่มครั้งละน้อยๆ แต่บ่อยๆ เพื่อป้องกันอาการท้องอืดและให้ร่างกายได้มีเวลาดูดซึมน้ำ พร้อมกับสร้างพฤติกรรมมีน้ำติดตัวเสมอ เพื่อจะได้ดื่มน้ำทั้งวัน และดื่มได้ตลอดเวลา โดยวางแผนตั้งเวลาดื่มตามความจำเป็น ซึ่งปัจจุบันวิธีนี้กลายเป็นกระแสสุดฮิตของผู้รักสุขภาพตัวจริงไปแล้ว

ที่มา: สำนักข่าวเนชั่น และ thaihealth.or.th ครับ:arrow: