“กินเจ”กับ”การออกกำลังกาย”

ช่วงนี้ผู้รักสุขภาพหลายคนคงกำลังอยู่ในฤดู กาล “ถือศีลกินเจ” โดยเทศกาลกินเจปีนี้ตรงกับวันที่ 18-26 ตุลาคม ซึ่งวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา ถือเป็นวันล้างท้องก่อนที่จะหยุดกินเนื้อสัตว์และอาหารบางชนิดอย่างจริงจัง ในวันที่ 18 ตุลาคมเป็นต้นมา

ความ หมายของการกินเจที่คนส่วนใหญ่รับรู้คือ การไม่กินเนื้อสัตว์ แต่ไม่ใช่แค่นั้น เพราะหลักการกินเจที่ถูกต้องคือ การงดทั้งเนื้อสัตว์ ไข่ของสัตว์ รวมทั้งผักฉุนทั้ง 5 นั่นก็คือ กระเทียม (ทั้งหัวและต้น) หัวหอม (ต้นหอม, ใบหอม, หอมแดง, หอมขาว, หอมหัวใหญ่) หลักเกียว (เป็นกระเทียมโทนจีน ลักษณะคล้ายหัวกระเทียม) กุยช่าย และใบยาสูบ, บุหรี่ รวมทั้งของมึนเมาต่างๆ เพราะเชื่อกันว่าผักทั้ง 5 ชนิด มีกลิ่นรุนแรงมีพิษเข้าไปทำลายธาตุทั้ง 5 ในร่างกายทำให้ระบบอวัยวะต่างๆ ทำงานผิดปกติ

กินเจควรกินอะไรบ้าง?

หลักๆ เลยต้องเป็นผักและผลไม้ ควรกินผลไม้หลายๆ สีทั้งดำ, แดง, เขียว, ขาว, เหลือง เพื่อให้ได้รับวิตามินและแร่ธาตุหลากหลาย ที่สำคัญกว่านั้นคือ ไฟเบอร์ ที่จะช่วยขับถ่ายของเสียและสารพิษตกค้างออกจากร่างกาย ต่อมาก็คือ พืชตระกูลถั่ว เพราะเป็นแหล่งโปรตีน มีธาตุเหล็กสูง ช่วยสลายคอเลสเตอรอล ปัจจุบันถั่วถูกแปลงโฉมให้อยู่ในรูปของโปรตีนเกษตรที่มีความคล้ายคลึงกับ อาหารจริงๆ แล้วแถมยังไม่มีไขมันด้วย

ที่เหลือก็เป็นธัญพืช เช่นเมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน ที่เคี้ยวเล่นกันเป็นประจำ มีทั้งวิตามินเอ, ซี และ อี งาขาว-งาดำ ซึ่งมีกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย อย่าลืมกินเห็ด เพราะมีกรดอะมิโนและแร่ธาตุที่หลากหลาย ที่ขาดไม่ได้คือ เปลี่ยนจากกินข้าวสวยผิวขาวๆ มาเป็นข้าวกล้อง เพราะมีวิตามินและเกลือแร่ 20 ชนิด บำรุงสมองทำให้กระดูกแข็งแรง กากใยสูงช่วยขับถ่ายดี

รศ.พญ.ปรียานุช แย้มวงษ์ หัวหน้าสาขาวิชาโภชนาการคลีนิค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ให้คำ แนะนำสำหรับนักกีฬาและผู้ที่ออกำลังกายที่ถือศีลกินเจว่า ควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะโปรตีนที่ต้องทานให้ครบถ้วน ซึ่งนอกเหนือจากทานแป้งและผักแล้ว ควรทานอาหารที่เป็นแหล่งโปรตีนให้ครบถ้วนเช่น ถั่ว, งา

” ถ้าทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ ก็ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียได้ ยิ่งคนที่ออกกำลังกาย ก็ทำให้อ่อนเพลียง่าย แต่ถ้าทานได้ครบ 5 หมู่ ก็ไม่มีปัญหาแน่นอน คนกินเจไม่ต้องกลัว ออกกำลังได้ตามปกติ แต่ถ้ากินเจแล้ว งดออกกำลังก็ต้องระวังเรื่องน้ำหนักตัว” รศ.พญ.ปรียานุชกล่าว

กินเจยังไงไม่ให้อ้วน?

มีคำถามที่น่าสนใจว่า ถ้าไม่กินเนื้อแล้วหันไปกินแป้ง ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของอาหารเจจะส่งผลเสียต่อร่างกายหรือไม่ โดย เฉพาะสาวๆ ที่กลัวว่าการกินแป้งในเทศกาลเจจะทำให้น้ำหนักเพิ่ม พญ.กอบกาญจน์ ไพบูลย์ศิลปะ รองกรรมการผู้จัดการบัลวี-ศูนย์ธรรมชาติบำบัด แนะนำวิธีกินเจให้ไม่อ้วนไว้ว่า

1.เลือก กินข้าวหรือแป้งที่ไม่ขัดขาว เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต ลูกเดือย ธัญพืชต่างๆ ร่างกายใช้พลังงานในการย่อยออกมาเป็นแป้งที่พร้อมดูดซึม ซึ่งน้ำตาลไม่สูงมากนัก เมื่อเทียบกับปริมาณที่เท่ากันของแป้งขัดขาว

2.เลือก ผักใบมากกว่าพืชหัว เพราะผักใบมีคาร์โบไฮเดรตที่น้อยกว่าพืชหัวมาก ดังนั้น การกินผักใบจะทำให้เราได้พลังงานและปริมาณแป้งน้อยกว่าจึงไม่ทำให้อ้วน

3.เลือกกินของนึ่ง, ต้ม, ตุ๋นดีกว่าของทอดและผัด เพราะช่วยให้เลี่ยงการกินน้ำมัน ซึ่งมีไขมันอยู่สูง

4.กิน หวานให้น้อยลง ไม่ใช่ว่าเมื่อคุณกินเจแล้ว จะสามารถกินขนมหวานได้เต็มที่ เพราะไม่ว่าจะเป็นอาหารเจหรือไม่เจ ถ้ามีความหวานและผสมน้ำตาลอยู่มากก็อ้วนได้ไม่ต่างกัน

5.อด อาหาร ล้างพิษหลังกินเจ เพราะจะช่วยให้ร่างกายขับพิษต่างๆ ออกมาได้ ทั้งช่วยลดไขมันในเลือด ลดน้ำหนัก ลดภาวะร้อนในจากธาตุในร่างกายที่ไม่สมดุลได้อีกด้วย

ใน เทศกาลถือศีลกินเจ ไม่ใช่ว่าแค่ปรับเปลี่ยนวิธีการกินอย่างเดียวเท่านั้น เพราะหลักการถือศีลกินเจ มี 3 ข้อหลักๆ คือ 1.เจที่ปาก ไม่กินเนื้อสัตว์, ไม่พูดเพ้อเจ้อ, ไม่พูดคำหยาบ, ไม่พูดจายุแหย่ส่อเสียด 2.เจที่กาย ไม่ประพฤติชั่ว, ไม่ฆ่าสัตว์ 3.เจที่ใจ ไม่คิดชั่วร้าย, ไม่คิดไร้สาระและมีสมาธิ ถ้าทำได้ตามคำแนะนำข้างต้นรับรองสุขภาพดีทั้งกายและใจ

ที่มา: เว็บไซต์มติชน , thaihealth